หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 93.38 จุด นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นเมื่อวานนี้ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 30 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 29,412.55 จุด ลดลง 93.38 จุด หรือ -0.32%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มเหมืองแร่, กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก ufa

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

เดิมทีตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมีให้เทรดกันมากกว่า 10 ตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ ตลาดหุ้น Tokyo, Osaka, Fukuoka, Jasdaq เป็นต้น ซึ่งภายหลังมีการควบรวมกันระหว่าง Tokyo Stock Exchange กับ Osaka Securities Exchange ทำให้เกิดเป็น JPX ที่ได้รับการยืนยันจาก Statista แล้วว่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และจากเหตุผลข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความสำคัญในแง่ของการประเมินภาพรวมของสภาวะการลงทุน ไม่ใช่เพราะว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่สำคัญตรงที่ “ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” มันจึงถูกใช้เป็นดัชนีเพื่อประเมินสุขภาพการลงทุนของทั้งเอเชีย โดยจะพิจารณาผ่าน “ดัชนีนิเคอิ” ไอเดียคร่าวๆ ของการประเมินจะเป็นลักษณะนี้

  • ถ้าดัชนีนิเคอิ “ปิดบวก” ก็หมายความว่า ตลาดหุ้นเอเชียสดใส ซึ่งถ้าหุ้นสหรัฐ, ยุโรป ‘ปิดลบ’ ก็อาจหมายถึง กระแสเงินวิ่งหนีตายจากอเมริกามายังตลาดหุ้นเอเชีย เป็นต้น
  • ถ้าเกิดข่าวร้ายในเอเชีย เช่น เกิดระเบิด, ก่อการร้ายในประเทศจีน-ญี่ปุ่น หรือสถานที่ลงทุนสำคัญๆ ในเอเชีย นักลงทุนจะพิจารณา “ดัชนีนิเคอิ” ก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าราคาของดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 เกิด ‘ปิดลบ’ ก็ชัดเจนว่า นี่เป็นข่าวที่กระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียจริงๆ แต่ถ้านิเคอิไม่ได้ลบแรงหรือแทบไม่ขยับเลย ก็แปลว่า ข่าวนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร

จะเห็นว่า ถ้าพูดลอยๆ ว่า ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ นักลงทุนจะคิดถึง “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ไม่ใช่ตัวตลาด JPX เหตุผลว่าทำไม “ดัชนีนิเคอิมีความสำคัญกว่า” นั้นจะได้อธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาด JPX จะมีอธิบายในหัวข้อท้ายๆ

ฝึกเทรด “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ด้วยบัญชีเงินจำลอง

การเทรดนิเคอินั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า “Demo Account” อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

ดัชนีนิเคอิ (Nikkei 225)

ดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 Index คือ ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่คำนวณมูลค่าหุ้นของ 225 บริษัทสำคัญในญี่ปุ่นออกมาเป็น “ตัวเลขดัชนี” มีหน่วยเป็นค่าเงินเยน (JPY) ซึ่งทั้งหมดนี้จะคำนวณและดำเนินการโดย Nihon Keizai Shimbun (日本経済新聞) หรือบริษัท “The Nikkei” ไม่ว่าเราจะใช้คำว่า “นิเคอิ”, “ดัชนีนิเคอิ” หรือ “หุ้นนิเคอิ” ต่างก็หมายถึง Nikkei 225 Index ตัวเดียวกัน

ความสำคัญของดัชนีนิเคอิ

ดัชนีนิเคอิ คือ ดัชนีที่ทาง “The Nikkei” พยายามออกแบบ ‘สัดส่วนการให้น้ำหนัก’ กับหุ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อที่เวลามันคำนวณออกมาเป็นดัชนีแล้ว มันจะกลายเป็นดัชนีหุ้นที่สามารถสะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้สมบูรณ์แบบที่สุด

อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กองทุนระดับโลกต่าง ๆ ย่อมต้องการหาเครื่องมือในการวิเคราะห์ตลาดอย่างรวดเร็ว ดังนั้น บริษัทเอกชนต่างๆ จึงต้องแข่งขันกันจัดทำดัชนีหุ้นออกมา เพราะมันหมายถึงผลประโยชน์มหาศาลที่ทั่วโลกจะมาใช้ดัชนีของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิเคอิ ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะว่า The Nikkei มีความเข้าใจอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และดัชนีนิเคอิก็มีการแบ่งสัดส่วนที่ละเอียดมาก และ ให้น้ำหนักกับทุกอุตสาหกรรม มากน้อยกันไปตามแต่ความสำคัญ โดยมีมากถึง 40 อุตสาหกรรม พูดง่ายๆ คือ บริษัทที่เข้าใจทั้ง 40 อุตสาหกรรมนั้นมีแค่ The Nikkei บริษัทเดียวเท่านั้น

สรุป เวลานักลงทุนสถาบันจะพิจารณาสถาวะการลงทุนของตลาดหุ้นเอเชีย จะพิจารณาจากดัชนีนิเคอิ เช่นถ้าในทาง Fundamental Analysis วิเคราะห์แล้วว่า เศรษฐกิจเอเชียจะยังเติบโตอย่างน้อย 4-5 ปี เป็นต้น นักลงทุนก็จะเลือกลงทุนในกองทุนนิเคอิไปยาวๆ เช่นกัน

ข้อดีของการลงทุนดัชนีนิเคอิ

สำหรับนักเทรดชาวไทย สิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของการเทรดนิเคอิ คือ พฤติกรรมของดัชนีนิเคอิเอง โดยหากบรรยากาศของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกำลังเป็นไปอย่างคึกคัก มีโอกาสสูงมากที่จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Nikkei 225 Index

ความหมายก็คือเราสามารถประเมินดัชนีนิเคอิได้จากบรรยากาศของคนในตลาดหุ้นไทย ทำให้เราได้เปรียบนักลงทุนในอเมริกาหรือยุโรป และในแง่ของการกระจายการลงทุน เมื่อตลาดหุ้นไทยดี เราก็อาจจะกระจายไปลงทุนดัชนีนิเคอิได้ด้วย แต่ที่เหนือกว่า คือ ดัชนีนิเคอิจะมีสภาพคล่องสูงกว่ามาก และมีความผันผวนที่พอเหมาะมากกว่า ทำให้เราคำนวณ Stop Loss ได้ง่าย (ศึกษาเพิ่มเติมที่บทความ Stop Loss คืออะไร) และสามารถเทรดทำรอบได้มากกว่าตลาดหุ้นไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *