500 โรงไฟฟ้าชุมชนเคว้ง หลัง “สนธิรัตน์” ลาออก

Posted by: Aremana - Posted on:

500 โรงไฟฟ้าชุมชนเคว้ง หลัง “สนธิรัตน์” ลาออก โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 1,933 เมกะวัตต์โดนลอยแพ

โรงไฟฟ้าชุมชนกว่า 500 แห่งทั่วประเทศเคว้ง หลัง “สนธิรัตน์” ลาออก โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 1,933 เมกะวัตต์โดนลอยแพ จับตารัฐมนตรีพลังงานคนใหม่จะไปต่อหรือล้มโปรเจ็กต์ผู้ประกอบการห่วงความไม่แน่นอน เผยแห่ลงทุนแตกบริษัทเครือข่ายนับไม่ถ้วน หวั่นเงื่อนไขเปลี่ยน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 10 จังหวัดออกโรงเคลื่อนไหว ยื่นหนังสือถึง “รองนายกฯวิษณุ” กระทุ้งเดินหน้าโรงไฟฟ้าชุมชนต่อ อ้างช่วยชาวบ้านสร้างรายได้

การ “ลาออก” ของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สร้างความกังวลให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่มีกำลังผลิตรวมกันถึง 1,933 เมกะวัตต์ (MW) โดยโครงการนี้จัดเป็นโครงการตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ที่พยายาม “ผลักดัน” ตลอดช่วงระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่า “ไม่สำเร็จ” ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ออกมารองรับการดำเนินการแล้ว

ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการนี้ไม่ต่ำกว่า 500 รายตกอยู่ในสภาพการณ์ของความไม่แน่นอนที่ว่า สุดท้าย “โรงไฟฟ้าชุมชน” ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน “คนใหม่” จะยังอยู่หรือจะไป และถ้ายังมีโครงการนี้อยู่ “เงื่อนไข” ของการตั้งโรงไฟฟ้าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่

ขุมทรัพย์โรงไฟฟ้าชุมชน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเข้ามาเป็นที่ทราบกันดีว่า ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับปัจจุบันในช่วง 10 ปีแรก (2561-2570) นั้น แทบจะไม่มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบจากเหตุผล 2 ประการคือ 1) ความผิดพลาดของแผน PDP ที่ปล่อยให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรอง “ล้นเกิน” จนไม่จำเป็นต้องมีกำลังผลิตใหม่เข้าสู่ระบบ 2) โรงไฟฟ้าเก่าที่ทยอยถูกปลดออกจากระบบถูกแทนที่ด้วยโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ IPP ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่โรง อาทิ โรงไฟฟ้าของกัลฟ์ 4 โรง มีกำลังผลิตรวมกันถึง 5,000 MW และ 3) การระบาดของไวรัสโควิด-19ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมของประเทศลดลง

“10 ปีแรกของแผน PDP แทบจะไม่มีกำลังผลิตใหม่เข้าสู่ระบบ ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก-รายใหญ่ต้องแสวงหากำลังผลิตใหม่ โดยกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ IPP ต่างมุ่งเป้าไปที่การสร้างโรงไฟฟ้าในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาวหรือเวียดนาม เพื่อให้กำลังผลิตไฟฟ้าโดยรวมในกลุ่มของตนเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กรายกลางในกลุ่มพลังงานทดแทนไม่มีศักยภาพที่จะออกไปต่างประเทศ ดังนั้นการเติบโตของกลุ่มจึงขึ้นอยู่กับกำลังผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ ซึ่งมีโครงการเดียวที่เปิดช่องอยู่คือ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก แต่ตัว รมต.เจ้าของโครงการก็ดันมาลาออกเสียก่อน” อ่านเพิ่มเติม

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *